วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สายสัญญาณ

 สายโคแอ็กเชียล (Coaxial Cable) เป็นสายสัญญาณประเภทแรกที่ใช้ และเป็นที่นิยมมากในเครือข่ายคอมพิวเตอร์สมัย แรก ๆ แต่ในปัจจุบันสายโคแอ็กซ์ถือได้ว่าเป็นสายที่ล้าสมัยสำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามยังมีระบบ เครือข่ายบางประเภทที่ยังใช้สายประเภทนี้อยู่
               สายโคแอกเชียล มีตัวนำไฟฟ้าอยู่สองส่วน คำว่า โคแอ็กซ์ มีความหมายว่า "มีแกนร่วมกัน" โครงสร้างของสาย
ประกอบด้วยสายทองแดงเป็นแกนกลาง แล้วห่อหุ้มด้วยวัสดุที่เป็นฉนวน ชั้นต่อมาจะเป็นตัวนำไฟฟ้าอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งจะเป็นแผ่น โลหะบาง ๆ หรืออาจจะเป็นใยโลหะที่ถักเปียปุ้มอีกชั้นหนึ่ง สุดท้ายก็หุ้มด้วยฉนวนและวัสดุป้องกันสายสัญญาณ


            สายคู่บิดเกลียว (twisted pair) ประกอบด้วยเส้นลวดทองแดงที่หุ้มด้วยฉนวนพลาสติก 2 เส้นพันบิดเป็นเกลียว ทั้งนี้เพื่อลดการรบกวนจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากคู่สายข้างเคียงภายในเคเบิลเดียวกันหรือจากภายนอก เนื่องจากสายคู่บิดเกลียวนี้ยอมให้สัญญาณไฟฟ้าความถี่สูงผ่านได้ สำหรับอัตราการส่งข้อมูลผ่านสายคู่บิดเกลียวจะขึ้นอยู่กับความหนาของสายด้วย กล่าวคือ สายทองแดงที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้าง จะสามารถส่งสัญญาณไฟฟ้ากำลังแรงได้ ทำให้สามารถส่งข้อมูลด้วยอัตราส่งสูง โดยทั่วไปแล้วสำหรับการส่งข้อมูลแบบดิจิทัล สัญญาณที่ส่งเป็นลักษณะคลื่นสี่เหลี่ยม สายคู่บิดเกลียวสามารถใช้ส่งข้อมูลได้ถึงร้อยเมกะบิตต่อวินาที ในระยะทางไม่เกินร้อยเมตร เนื่องจากสายคู่บิดเกลียว มีราคาไม่แพงมาก ใช้ส่งข้อมูลได้ดี จึงมีการใช้งานอย่างกว้างขวาง ตัวอย่างเช่น






 สาย Fiber Optic เป็นการเชื่อมระบบเครือข่ายที่ใช้ระยะทางได้ไกลมากกว่าสาย UTP (ไม่เกิน 100 M. ตามมาตรฐานการรับส่งข้อมูล IEEE 802.3) แต่ก็ต้องคำนึงถึงชนิดของสายและอุปกรณ์รับส่งข้อมูลทั้งต้นทางและปลายทางด้วย

            โดยคุณลักษณะของสาย Fiber Optic แบบ Singlemode ที่ใช้อุปกรณ์รับส่งข้อมูล แบบ Laser Source (ส่งข้อมูลได้ไกลไม่เกิน 40 km) สายแบบ Multimode ที่ใช้อุปกรณ์รับส่งแบบ LED Source (ส่งข้อมูลได้ไกลไม่เกิน 2 km) ทำให้ผู้ออกแบบระบบเครือข่ายสามารถขยายเส้นทางของกลุ่มผู้ใช้งานจากเดิมออกไปได้ แต่ต้องไม่เกินข้อกำหนดข้างต้น  ซึ่งการตัดต่อสาย Fiber Optic สามารถกระทำได้ 2 ลักษณะหลัก ๆ คือ การเชื่อมต่อแบบชั่วคราวและแบบถาวรครับ  สำหรับแบบชั่วคราว เป็นการเชื่อมสายใยแก้วให้มีความยาวเพิ่มเติมโดยทำการเข้าหัว Connector กับสายเดิม และสายเส้นใหม่ที่ต่อความยาวเพิ่มออกไป  แล้วจึงใช้อุปกรณ์ Coupling (ตัวเมีย 2 ด้าน) เชื่อมหัว Connector ทั้ง 2 หัวเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งการเชื่อมต่อนี้อาจจะพักอยู่ภายในอุปกรณ์พักสายสัญญาณ (WALL MOUNT ENCLOSER)

ที่มา :
   
สาย Fiber Optic เป็นการเชื่อมระบบเครือข่ายที่ใช้ระยะทางได้ไกลมากกว่าสาย UTP (ไม่เกิน 100 M. ตามมาตรฐานการรับส่งข้อมูล IEEE 802.3) แต่ก็ต้องคำนึงถึงชนิดของสายและอุปกรณ์รับส่งข้อมูลทั้งต้นทางและปลายทางด้วย

            โดยคุณลักษณะของสาย Fiber Optic แบบ Singlemode ที่ใช้อุปกรณ์รับส่งข้อมูล แบบ Laser Source (ส่งข้อมูลได้ไกลไม่เกิน 40 km) สายแบบ Multimode ที่ใช้อุปกรณ์รับส่งแบบ LED Source (ส่งข้อมูลได้ไกลไม่เกิน 2 km) ทำให้ผู้ออกแบบระบบเครือข่ายสามารถขยายเส้นทางของกลุ่มผู้ใช้งานจากเดิมออกไปได้ แต่ต้องไม่เกินข้อกำหนดข้างต้น  ซึ่งการตัดต่อสาย Fiber Optic สามารถกระทำได้ 2 ลักษณะหลัก ๆ คือ การเชื่อมต่อแบบชั่วคราวและแบบถาวรครับ  สำหรับแบบชั่วคราว เป็นการเชื่อมสายใยแก้วให้มีความยาวเพิ่มเติมโดยทำการเข้าหัว Connector กับสายเดิม และสายเส้นใหม่ที่ต่อความยาวเพิ่มออกไป  แล้วจึงใช้อุปกรณ์ Coupling (ตัวเมีย 2 ด้าน) เชื่อมหัว Connector ทั้ง 2 หัวเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งการเชื่อมต่อนี้อาจจะพักอยู่ภายในอุปกรณ์พักสายสัญญาณ (WALL MOUNT ENCLOSER)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น